มนุษย์ - อารยะ

posted on 11 Sep 2009 15:18 by jinxy-max

วันนี้มีอะไรบ้างอย่างกระตุ้นให้ฉันคิดเรื่องมนุษย์

มนุษย์เราเกิดขึ้นมาบนโลกนี้เมื่อไหร่กันนะ

กี่พันปีกันที่เราเริ่มก่อร่างสร้างอารยธรรม 

อารยะ ที่หมายถึงความเจริญ

หมายถึงสิ่งที่ดีกว่าจริงหรือว่าเราดีกว่าเดิม 

จากสิ่งมีชีวิตประเภทลิงอย่างที่ดาร์วินว่ามา

เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ อาศัยอยู่ในโลกใบนี้

อีกใจฉันฉุกคิดถึงในกระบวนการสร้างโลกของพระเจ้า

ไม่ว่าพระเจ้าจะมีจริงหรือไม่แต่ไบเบิ้ลบอกว่าเมื่อพระเจ้าสร้างมนุษย์

พระเจ้าให้มีอำนาจเหนือว่าฝูงปลา ฝูงนก และฝูงสัตว์ 

หรือจะอย่างที่นักวิทยาศาสตร์บ้างคนว่าโลกนี้ไม่มีใครสร้าง

แต่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ 

จะอย่างไรก็ตามโลกใบนี้ก็เกิดมานานเกินกว่าที่เราจะรู้แน่ชัดว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่

 เกิดมาจากอะไร ในที่นี้ของเรียกบางอย่างที่มากมายว่า

ธรรมชาติทรัพยากรธรรมชาติมีมากมายจนน่าอัศจรรย์

จากเศษซากทับถมกันยาวนานจนเกิดเป็นสิ่งธรรมดา ๆ

 ที่มีมูลค่ามหาศาลมันอยู่ของมันมานานเกิดขึ้นอย่างธรรมดา

 ธรรมชาติจนเมื่อมนุษย์ค้นพบมัน

 และมอบคุณค่าให้กับมัน 

เรื่องอารยะเปล่าก็ไม่รู้ที่เกิดขึ้นเมื่อมนุษย์ตัวน้อย ๆ

ที่พระเจ้าให้มีอำนาจเหนือว่าฝูงปลา ฝูงนก และฝูงสัตว์

เริ่มฉีกกระชากเนื้อดินขึ้นมาเพื่อดูดกินแร่ธาตุและแหล่งพลังงาน

ไล่ล่าสัตว์ต่าง ๆ อย่างหิวโหยทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เอามากิน

ทำลายล้างซึ่งกันและกันด้วยข้ออ้างอันไร้สาระ 

ฉันคิดไปแล้วก็อมยิ้มนิด ๆ

เจ้าลิงที่เป็นบรรพบุรุษของเราจะทำลายไม่ได้เท่านี้เลย 

มาถึงตรงนี้ไม่ว่าพระเจ้าจะมีจริงหรือไม่ท่านคงลืมบอกไปว่า

ของที่ให้มีอำนาจเหนือกว่านั้น

ไม่ได้มีอยู่อย่างไม่จำกัด

ไม่ได้หมายถึง ทุกอย่าง

และไม่ได้หมายถึงทำลายกันและกันด้วย 

ว่าแต่...ตอนนี้คงเหลือแต่คำถาม

อารยะ คือ อะไรก่อนตอบอย่างลืมตั้งข้อสังเกตว่า

พวกเราเริ่มทำลายโลกก็ตั้งแต่เรามี อารยะ

นี่เอง...หรือเปล่า??? จริงไหมคะ จริงไหม จิงซ์

ปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่ค่อยใหม่ในสังคมไทยตอนนี้อย่างหนึ่งคือ

เรื่องเกี่ยวกับไสยศาสตร์เชิงพุทธ โหราศาสตร์ หรือพลังพิเศษต่าง ๆ

เริ่มกลับเข้ามาสู่การรับรู้ของคนไทยอีกครั้ง แต่คราวนี้วิวัฒนาการขึ้นมาอยู่ในรายการโทรทัศน์

 อาจจะมีคำสวยหรูกึ่งหมิ่นกึ่งเชื่อว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการชม

ประมาณว่าจะไม่ฟันธงว่ามันจริงหรือเปล่า แต่ก็แล้วแต่คุณนะ ถ้าสิ่งที่คุณเชื่อมันจริง

 มันก็คงจะจริงล่ะทำให้เกิดความสงสัยอย่างหนึ่ง นั้นคือ

สิ่งเหล่านี้เคยอยู่กับคนไทยเมื่อนานมาแล้ว หรือว่ามันก็อยู่มาตลอดนั่นละ

แต่มาแบบพลุบ ๆ โผล่ ๆ มาแบบ งมงายน่า...เรื่องไร้สาระ

 แต่ก็แอบเชื่อตามเรื่องพวกนี้ถูกกันออกไปอยู่ริม ๆ สังคม

ในช่วงร.4 เพราะว่าช่วงนั้นกระแสวิทยาศาสตร์กำลังมาแรง

 อะไรที่ไม่สามารถชั่งตวงวัดได้ย่อมถูกมองว่าไม่จริง ไม่สามารถพิสูจน์ได้

 แต่ถามว่าสูญพันธุ์ไปจากสังคมไหม คำตอบคือ ไม่

 แม้แต่ในวงของผู้มีการศึกษาขั้นสูงแบบที่ไม่สามารถจะจบในประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยได้

หลาย ๆ ส่วนก็ยังทำกิริยาส่ายหน้าปฏิเสธทั้ง ๆ ที่ทำหน้าเชื่ออย่างสุด ๆ

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือเมื่อแพทย์แผนปัจจุบันรักษาเท่าไรก็ไม่หาย

 เมื่อนั้นแพทย์แผนโบร๊าณโบราณจะได้มีโอกาสถุยน้ำหมากขากน้ำมนต์กันเต็มที่

เรายังจำได้ที่มีผู้ทรงความรู้ทางวิชาการคนหนึ่งพูดถึงอาการโคลิค หรือเด็กเล็ก ๆ

 ที่ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง ว่าแปลกมาก ไปหากี่หมอก็บอกว่าโคลิคต้องรอให้หายเอง

  โดยผมเป่าทีเดียวหาย ( ต้องนั้นเรายังแอบสงสัยว่าเพราะกลิ่นปากเขาหรือเปล่านะ )

จากเรื่องพวกนี้ทำให้เราสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรกันนะ เพราะอะไร

 เพราะอะไรหรือเพราะว่าจริง ๆ แล้ว ไสยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์

กำลังพูดเรื่องเดียวกันแต่คนละภาษา อีกฝ่ายใช้ภาษาบ้าน ๆ แต่อีกฝ่ายใช้ศัพท์สวยหรู

แต่ทั้งสองอย่างก็เป็นความจริงเหมือนกัน หรือว่าโลกเรามันแบ่งเป็นของฝ่าย

จะใช้โปรโมชั่นไหนก็ได้ หรือเพราะว่าไสยศาสตร์เป็นแค่ความบังเอิญของเหตุการณ์

 หรือวิทยาศาสตร์นั่นล่ะที่บังเอิญ หรือไสยศาสตร์มันก้าวหน้าจนวิทยาศาสตร์ยังตามไปพิสูจน์ไม่ทัน

 หรือว่าทั้งสองฝ่ายก็ก้าวหน้าพอกันแต่หันหน้าออกไปคนละทาง

 เฮ้ออออ อะไรกันแน่นะที่จริง จริง จริง จิ๊งซ์

ช่วงนี้ใครไม่ได้ยินเรื่องลูกหมีแพนด้า ยกมือขึ้น.......

อยากจะเห็นจริง ๆ ว่ามีใครยกมือบ้าง

ในความคิดเรา หมีแพนด้า ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่คนที่เสพย์ข่าวหมีแพนด้านี่สิ แปลก

ประโคมกับเข้าไป เข้าใจว่าเพื่อการท่องเที่ยว การเมืองระหว่างประเทศและ ฯลฯ

แต่ยิ่งดูก็เหมือนจะเป็นมอมเมาเสียมากกว่า

จนสัตว์หลายขนิดอาจจะอยากวิวัฒนาการเป็นหมีแพนด้า

เพื่อความอยู่รอด และห่างไกลจากการสูญพันธุ์

 

อยากจะรู้จริง ๆ ว่าเจ้าลูกหมีตัวนั้น ภายในใจมัน

มันจะสำนึกรู้หรือไม่ว่า มันคือ "หมีแพนด้า"

หรือมันอาจจะคิดว่า เมื่อมันโตขึ้นมันจะเป็นมนุษย์

เนื่องจากเห็นมนุษย์มากกว่าเห็นพวกเดียวกันเอง

แพนด้า เป็น แพนด้า แต่เล่นเต่าและขี่ม้า โอ้วววววววว

ของเล่นออกแบบมารูปลักษณ์เป็นสัตว์

เพื่อเป็นของเล่นของมนุษย์

ราวกับมีนัยยะว่า มันด้อยกว่ามนุษย์

และเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์ใช้สอย

แต่วันนี้ หมีแพนด้า เล่นของเล่นรูปสัตว์

นี่แปลว่า มันได้ยกระดับขึ้นมาเหนือกว่าสัตว์ทั่วไปแล้วหรือ?

หรือว่าเราเพียงยัดเยียดสิ่งที่เราคิดว่า "ดี"

ให้กับมัน อยากจะได้คำตอบจาก "หมีน้อย" จริง ๆ

ว่ามันยินดีกับการละเล่นของมันหรือเปล่า

มันยินดีหรือไม่ กับการที่มันได้รับความสนใจ

เพื่อแลกกับการสูญเสียสัญชาตญาณสัตว์

และการดำรงชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น

หรือว่ามันไม่รู้แล้วว่า มันควรจะมีอะไรบ้าง

อย่างที่สัตว์ควรจะมี ลองนึกภาพสิคะ

ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเรานำมันไปอยู่ในป่า

อย่างที่มันควรจะเป็น

หรือว่าการอนุรักษ์สัตว์ป่านี้จะนำสัตว์เข้ามาในเมือง

สักแต่ว่าให้มันมีชีวิตอยู่และไม่สูญพันธุ์

แล้ว...มันจะต่างอะไรกับคณะละครสัตว์เล่า

ทุกวันนี้ เราก็ทำกับมันแบบนั้น สอน นั่น นี้ นู้น

เหมือนกับที่ละครสัตว์ทำ "ทำ" ให้มัน "ทำตาม" มนุษย์

แล้วเราก็มอบความชื่นชมในความน่ารักนั้น

โดยไม่คำนึงถึงว่า

สัตว์ตัวนั้นมันได้สูญเสีย ธรรมชาติและสัญชาตญาณของมัน

 

ถึงตอนนี้เราจะไม่ตกใจเลย ถ้าวันหนึ่งมันจะ "พูดได้"

พาดหัวข่าว หน้าหนึ่ง "ไทย-จีน ปลื้ม แพนด้าน้อยแอดฯติดม.

คุยโว ข้อสอบง่าย ไม่ห่วงเรื่องรับน้อง"

เพราะว่าตอนนี้มันได้รับการกล่อมเกลา

ให้เป็นมนุษย์ไปแล้ว จะแปลกอะไร

ถ้ามันจะไม่ใช่หมีแพนด้าอีกต่อไป

 

จริงไหมคะ...จริงไหม จริงซี่...Jinxy

edit @ 6 Aug 2009 21:20:39 by Jinxy Max